โปรแกรมเมอร์ต้องรอด! 5 วิธีปรับตัวในยุค Generative AI

Jittawat Vonglao

calendar icon

3 March 2025

Software development tips

programmer in generative ai era article illustration

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาวโปรแกรมเมอร์ทุกคน! 🖐️ ในยุคปัจจุบันที่ AI เขียนโค้ดได้แล้ว หลายคนคงกำลังกุมขมับคิดว่า "แล้วอาชีพโปรแกรมเมอร์ยังจำเป็นอยู่ไหมเนี่ย?" คำตอบก็คือ "จำเป็นสิ!" แต่เราต้องปรับตัวกันหน่อยล่ะ! 😎

ในบทความนี้เราจะไปสำรวจกันว่าโปรแกรมเมอร์อย่างเรา จะเผชิญความท้าทายและโอกาสอะไรบ้างในยุค Generative AI พร้อมเปิดเผยเคล็ด(ไม่)ลับ การอยู่รอดและเติบโตในวงการเทคโนโลยีที่กำลังวิ่งเร็วปรี๊ดปร๊าดจนตามแทบไม่ทัน แต่ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับคู่หูคนใหม่ (หรือคู่แข่งคนใหม่?) ของเราก่อนดีกว่า

Generative AI คืออะไร? 🤔

Generative AI คือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่สร้าง (Generate) เนื้อหาใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ หรือแม้แต่โค้ดโปรแกรม โดยที่มันเรียนรู้จากข้อมูลมหาศาลที่ถูกป้อนเข้าไป... สรุปคือมันเก่งมากๆ นั่นแหละ 🤯

จินตนาการง่ายๆ ว่า Generative AI เป็นเหมือนกับ "เด็กฝึกงานอัจฉริยะ" ที่ดูโค้ดเป็นล้านๆ บรรทัด แล้วเรียนรู้วิธีเขียนโค้ดใหม่ที่ดูคล้ายๆ กัน แต่ไม่ได้ก๊อปมาแบบเป๊ะๆ ทั้งหมด

ตัวอย่างของ Generative AI ที่เราอาจจะคุ้นๆ หน้ากันบ้างแล้ว:

  • ChatGPT - น้องจีพีที ผู้ช่วย AI ที่ตอบคำถามและแก้ปัญหาให้กับเรา (บางทีก็ชวนเราคุยเล่นเมื่อเรารู้สึกเหงา 🥹)
  • GitHub Copilot - AI จากน้องแมวหมึกที่คอยแนะนำและช่วยในการเขียนโค้ด (แต่ถ้าเราปล่อยให้มันเขียนโค้ดเองทั้งหมด...อาจจะเจอบั๊กประหลาดๆ ก็ได้นะ 😂)
  • DALL-E, Midjourney - เหล่าดิจิตอลอาร์ติสต์ที่วาดรูปให้เราจากคำอธิบายสั้นๆ (บางทีเราก็อาจจะได้ภาพที่แปลกไปหน่อย นับนิ้วมือดีๆ มี 6 นิ้วซะงั้น! 👽)

สำหรับโปรแกรมเมอร์ทั้งหลาย Generative AI อย่าง GitHub Copilot หรือ ChatGPT ช่วยให้เราเขียนโค้ดได้เร็วขึ้น เสนอแนะวิธีแก้ปัญหา สร้างฟังก์ชันพื้นฐาน หรือแม้แต่ช่วยเราแก้บั๊กได้ด้วย!

แล้วเพื่อนๆ เคยลองใช้เครื่องมือพวกนี้กันรึยังเอ่ย? 🤓 ถ้ายัง ลองนึกภาพว่ามีเดฟซีเนียร์สุดเทพนั่งข้างๆ เรา คอยช่วยเขียนโค้ดพื้นฐานให้ตลอด 24 ชั่วโมง แถมไม่บ่นเลยสักคำ (แต่บั๊กยังมีเหมือนเดิมนะ อย่าลืมล่ะ 😅)

โปรแกรมเมอร์ได้รับผลกระทบอะไรบ้าง?

งานที่ Generative AI ช่วยทำให้ดีขึ้น

Generative AI ไม่ได้มาเพื่อแย่งงานโปรแกรมเมอร์หรอก (จริงๆ นะ ไม่ได้โกหก) แต่มาช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นในหลายๆ ด้าน เช่น:

  • เขียนโค้ดพื้นฐานให้ไวขึ้น 🚀: นึกภาพว่าถ้าเราต้องเขียนฟังก์ชัน CRUD ซ้ำๆ อีกครั้ง คงอยากจะกรี๊ดลั่นออฟฟิศ แต่ตอนนี้ AI ช่วยเราได้แล้ว เย่!
  • ช่วยแก้บั๊กได้เร็วขึ้น 🔍: แทนที่จะนั่งจ้องโค้ดจนตาแดง AI สามารถช่วยวิเคราะห์โค้ดและบอกว่า "เฮ้! ตรงนี้นี่แหละที่มีปัญหา 😎"
  • รีวิวโค้ดได้แบบอัตโนมัติ 🤖: บอกลาการรอคิวรีวิวโค้ดนานๆ ได้เลย! AI สามารถช่วยตรวจสอบโค้ดและแนะนำวิธีปรับปรุงเบื้องต้นได้ด้วย
  • ช่วยเขียนเอกสาร 📄: ใครเคยถูกบังคับให้เขียนเอกสารบ้างยกมือขึ้น 🙋‍♀️ Generative AI ช่วยเขียน API Document ได้ละเอียดกว่าที่เราอยากเขียนอีก!
  • การทดสอบอัตโนมัติ 🛠️: Unit Test... คำนี้ทำให้โปรแกรมเมอร์หลายคนสะดุ้ง แต่ AI สามารถช่วยสร้าง Unit Test ให้เราได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว
  • แปลงโค้ดระหว่างภาษา 💻: จากภาษา Python ไป JavaScript? จาก Java ไป C#? แค่บอก AI มันจัดให้! ไม่ต้องเสียเวลานั่งเรียนรู้ Syntax ใหม่ (แต่ต้องเช็คก่อนใช้เสมอนะ เดี๋ยวพัง 😬)

งานที่ Generative AI ยังทำแทนไม่ได้

แต่อย่าเพิ่งตกใจไป AI ยังแย่งงานโปรแกรมเมอร์ไม่ได้ทั้งหมดหรอก โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมองคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์:

  • ออกแบบสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ 🏗️: จะใช้เทคโนโลยีอะไร? จะออกแบบยังไงให้รองรับผู้ใช้ล้านคน? AI ยังตัดสินใจแทนเราไม่ได้ (ส่วนหนึ่งเพราะ AI ไม่เคยโดนลูกค้าเปลี่ยนสเปคกลางคัน 😭)
  • แก้ปัญหาซับซ้อน 🔄: ปัญหาที่ต้องการความรู้หลายด้าน เช่น "ทำไมระบบช้าตอน Black Friday?" AI อาจบอกได้แค่ทฤษฎี แต่สุดท้ายแล้วต้องเป็นคนที่ตัดสินใจจริงๆ
  • ทำงานเป็นทีมและสื่อสาร 💬: ลองจินตนาการว่า AI เข้าประชุมกับลูกค้าที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรแน่ๆ สิ! แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว! (ทักษะการฟังและทำความเข้าใจลูกค้า ยังเป็นของมนุษย์อยู่)
  • นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ✨: AI เก่งในการลอกเลียนแบบและปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่การคิดค้นของใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ยังเป็นของมนุษย์อยู่นะ!
  • ความเข้าใจในบริบทของมนุษย์ 🧠: AI ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมเราถึงหงุดหงิดเวลากดปุ่มแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือทำไมการรอโหลด 3 วินาทีถึงรู้สึกนานมาก ความรู้สึกเหล่านี้ AI ยังไม่เข้าใจ (แม้จะแกล้งทำเป็นเข้าใจก็เถอะ)

5 วิธีปรับตัวในยุค Generative AI

🚀 วิธีที่ 1: เรียนรู้พื้นฐานให้แน่น แต่เน้นความเข้าใจมากกว่าท่องจำ

ในยุคที่ AI เขียนโค้ดได้ การเข้าใจหลักการทำงานและการคิดแบบโปรแกรมเมอร์ยิ่งสำคัญขึ้นไปอีก!

สิ่งที่ AI ทำได้ไม่ดีเท่ามนุษย์:

  • เข้าใจความต้องการที่แท้จริงเบื้องหลังโค้ด (เช่น ทำไมลูกค้าถึงอยากให้ปุ่มสีฟ้าแทนที่จะเป็นสีเขียว? บางทีเพราะสีเขียวเป็นสีของคู่แข่ง!)
  • ตัดสินใจว่าควรใช้เทคโนโลยีหรือแนวทางแบบไหนสำหรับโปรเจค (โดยเฉพาะเมื่อมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เวลา และทรัพยากร)
  • รู้ว่าโค้ดส่วนไหนสำคัญต่อธุรกิจ (เช่น ระบบชำระเงินสำคัญกว่าระบบเปลี่ยนสีพื้นหลัง... ใช่ไหมนะ? 🤔)

คำแนะนำสำหรับเพื่อนๆ โปรแกรมเมอร์มือใหม่:

  • อย่าเพียงแค่ท่องจำ Syntax: แทนที่จะพยายามจำว่า

    Array.map()

    ในแต่ละภาษาเขียนยังไง มาเรียนรู้แนวคิดผ่าน CS50's Introduction to Computer Science ดีกว่า! (ฟรีด้วยนะ!)
  • ฝึกเขียนโค้ดโดยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน: ทำไมไม่ลองสร้างแอปคำนวณว่าใครเป็นคนจ่ายค่าอาหารมากเกินกว่าคนอื่นในกลุ่มเพื่อนล่ะ? (อาจจะเป็นเราเองก็ได้นะ 😢)
  • ทดลองใช้ AI เขียนโค้ด: ลอง ChatGPT แล้วดูว่า AI เขียนยังไง แล้วลองแก้โค้ดมันเล่นบ้าง (บอกเลยว่าสนุกกว่าเล่นเกม!)

ในอนาคต ไม่แปลกหรอกถ้าโปรแกรมเมอร์จะไม่รู้ Syntax ของทุกภาษา แต่รู้ว่าจะสั่ง AI ยังไงให้สร้างโค้ดที่ตอบโจทย์ (คล้ายๆ กับเจ้านายที่ไม่รู้โค้ด แต่สั่งเราได้! 😂)

🤝 วิธีที่ 2: มุ่งเน้นการสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่น

ในยุคที่ AI เขียนโค้ดได้ ความสามารถในการสื่อสารและทำงานกับคนอื่นจะสำคัญมากๆ! (ไม่มีใครอยากจ้างโปรแกรมเมอร์ที่เก่งแต่ทำงานกับใครไม่ได้หรอก... จริงไหม? 🙄)

ทำไมการสื่อสารถึงสำคัญขึ้นในยุค AI:

  • ต้องรู้จักสั่ง AI ให้ดี (ถ้าบอก AI ว่า "ทำเว็บให้หน่อย" VS "ทำเว็บขายรองเท้าโดยใช้ React ที่มีระบบตะกร้าสินค้าแบบ Real-time" จะได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันแบบลิบลับ!)
  • ต้องทำงานกับคนหลากหลายสายงานมากขึ้น (เดี๋ยวนี้ Developer ทำงานกับทีมมาร์เก็ตติ้ง ทีมเซลส์ ทีมลูกค้าสัมพันธ์ แทบจะทุกแผนกเลย!)
  • AI อาจช่วยเขียนโค้ดได้ แต่การทำงานเป็นทีมยังต้องใช้มนุษย์ (ลองให้ AI ประชุมกับลูกค้าที่เปลี่ยนใจทุก 5 นาทีดูสิ 😅)

วิธีพัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม:

  • เข้าร่วมชุมชนโปรแกรมเมอร์: เข้ากลุ่ม Facebook อย่าง สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย หรือ Subreddit อย่าง r/learnprogramming แล้วลองช่วยตอบคำถามคนอื่นบ้าง (บอกเลยทำแล้วเท่มาก!)
  • ฝึกอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย: ลองอธิบาย Blockchain ให้คุณยายฟัง (ถ้าคุณยายเข้าใจ แสดงว่าคุณสื่อสารเก่งมาก! 🧓)
  • เรียนรู้การทำงานแบบ Agile: เพราะการทำงานเป็นทีมเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีใครขังตัวเองไว้ในห้องเขียนโค้ด 6 เดือนแล้วออกมาพร้อมระบบสมบูรณ์อีกต่อไป

แม้ว่า AI จะเก่งแค่ไหน แต่ความสามารถในการสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นยังเป็นจุดที่โปรแกรมเมอร์มีเหนือกว่า AI อยู่มาก! (อย่างน้อยเราพูดประชดประชันได้ดีกว่า AI เยอะ! 😏)

🌟 วิธีที่ 3: สร้าง Personal Brand และโชว์ผลงานที่โดดเด่น

ในตลาดงานที่แข่งขันสูงขึ้น การมีตัวตนที่ชัดเจนและมีผลงานเด่นๆ จะช่วยให้เราไม่ถูกจับโยนเข้ากองเดียวกับ AI! (หรือกองเดียวกับโปรแกรมเมอร์คนอื่นๆ ที่เขียนโค้ดเพียงอย่างเดียว)

ทำไม Personal Brand จึงสำคัญในยุค AI:

  • ผู้ว่าจ้างต้องการเห็นว่าเราทำอะไรได้มากกว่าแค่สั่ง AI (เพราะสั่ง AI เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ทำได้!)
  • การมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่วยให้เราโดดเด่น (เช่น "โปรแกรมเมอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์สายสุขภาพ" ฟังดูเท่กว่า "โปรแกรมเมอร์ทั่วไป" เยอะเลยใช่ไหม?)
  • ชื่อเสียงออนไลน์ทำให้งานวิ่งเข้าหาเราเอง (แทนที่เราจะต้องวิ่งหางาน... ใครจะไม่อยากได้!)

วิธีสร้าง Personal Brand และโชว์ผลงาน:

  • สร้าง Portfolio ออนไลน์: ลอง GitHub Pages ฟรี! สร้างง่าย! ดูเท่! เป็นโปรแกรมเมอร์แล้วไม่มี Portfolio ก็เหมือนเป็นพ่อครัวที่ไม่มีเมนูให้ดูนะ!
  • แชร์สิ่งที่เรียนรู้: เขียนบทความใน Medium เกี่ยวกับประสบการณ์ของเรา แม้จะเป็นมือใหม่ แต่มุมมองของเราอาจมีค่ากับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเหมือนกัน! (หรือแม้แต่คนที่เก่งแล้วก็อาจเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากเราได้!)
  • สร้างโปรเจ็คที่แก้ปัญหาจริง: แทนที่จะทำเว็บ Todo List ธรรมดา ทำไมไม่ลองทำแอปช่วยวางแผนการเรียนสำหรับน้องๆ มหาลัยล่ะ? การสร้างแอปเล็กๆ ที่มีผู้ใช้งานจริงถึงจะมีคนใช้น้อยแต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับนึงเลยนะ!

🏗️ วิธีที่ 4: มุ่งเน้นทักษะ System Design ที่ AI ทำแทนไม่ได้

ในยุคที่ AI เขียนโค้ดได้ แต่ไม่สามารถออกแบบระบบที่ซับซ้อนและใช้งานได้จริง System Design จึงกลายเป็นทักษะสำคัญที่โปรแกรมเมอร์ควรให้ความสำคัญ!

ทำไม System Design ถึงสำคัญในยุค AI:

  • System Design เป็นทักษะที่ต้องอาศัยประสบการณ์จริงและความเข้าใจธุรกิจที่ AI ยังขาด
  • เงินเดือนของตำแหน่ง System Architect สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (เพราะหายากเหมือน Legendary Item ในเกม RPG ที่เราเล่นกันนั่นแหละ! 💎)
  • AI อาจจะเสนอแนวทางได้ แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับความต้องการเฉพาะของธุรกิจ (AI ไม่เคยได้ยินลูกค้าบ่นว่า "แอปนี้ช้าจังเลย" ด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด 😠)

สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน System Design:

  • การออกแบบสถาปัตยกรรมระดับองค์กร: เรียนรู้การออกแบบระบบที่ซับซ้อนและรองรับการใช้งานระดับใหญ่
  • การวางแผนการขยายตัวของระบบ (Scalability): เข้าใจว่าทำอย่างไรระบบถึงจะรองรับการเติบโตได้โดยไม่ล่ม
  • Performance Optimization: รู้เทคนิคการปรับแต่งระบบให้ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น (ลดเวลา Loading จาก 2 วินาทีเหลือ 0.2 วินาที คือความสุขของผู้ใช้! ⚡)

วิธีพัฒนาทักษะ System Design:

  • ศึกษาจากแหล่งข้อมูลระดับโลก: อ่านหนังสือ Designing Data-Intensive Applications (เขียนโดย Martin Kleppmann) ที่ถือเป็นคัมภีร์ของการออกแบบระบบในยุคปัจจุบัน
  • วิเคราะห์ระบบที่มีอยู่แล้ว: ศึกษาว่า Netflix, Spotify หรือ LINE ใช้เทคโนโลยีอะไรและออกแบบอย่างไรจึงรองรับผู้ใช้หลายร้อยล้านคนได้
  • เข้าร่วมคอร์สเรียนเฉพาะทาง: อัพสกิลกับคอร์ส System Design ของ TechUp ที่เน้นการฝึกทักษะการออกแบบระบบจริงๆ (แบบที่ AI สอนไม่ได้!)

ในขณะที่ AI จะเขียนโค้ดได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ความสามารถในการออกแบบระบบที่ตอบโจทย์ธุรกิจจริงๆ ยังเป็นของมนุษย์อยู่! (โปรแกรมเมอร์ที่เก่ง System Design จะเป็นเหมือนเพชรเม็ดงาม ที่บริษัทแย่งกันจ้าง! 💎)

🔄 วิธีที่ 5: เรียนรู้ที่จะใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ศัตรู

สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับมุมมองและเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับ AI (ต่อสู้ไม่ได้ ก็เข้าร่วมมันซะเลย 😎)

AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่คู่แข่ง:

  • โปรแกรมเมอร์ที่ใช้ AI เป็นจะทำงานได้เร็วกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า (เหมือนมีลูกน้องที่ไม่บ่น ไม่เหนื่อย ไม่หิว 🤖)
  • AI ช่วยลดงานซ้ำซากและน่าเบื่อ ทำให้เราโฟกัสกับงานสร้างสรรค์ได้มากขึ้น (ชีวิตนี้สั้นนัก มัวแต่เขียน CRUD ซ้ำไปซ้ำมาทำไม! 🥱)
  • การใช้ AI เป็นจะเป็นทักษะที่มีค่าในอนาคต (เหมือนคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นในยุค 90s ที่กลายเป็นคนมีค่าในตลาดแรงงาน!)

วิธีเรียนรู้การทำงานร่วมกับ AI:

  • ทดลองใช้เครื่องมือ AI หลากหลาย: เรียนรู้ GitHub Copilot, ChatGPT, และ Claude ดูว่าแต่ละตัวมีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร (เหมือนชิมร้านอาหารหลายๆ ร้าน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเป็นขาประจำร้านไหน! 😋)
  • ฝึกเขียน Prompt ที่ดี: ศึกษาวิธีการเขียน Prompt เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจาก AI (เพราะ AI ก็เหมือนแฟนที่ไม่รู้ใจ ต้องบอกให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร! ❤️)
  • ทดลองใช้ AI ในทุกขั้นตอนการพัฒนา: ใช้ AI ช่วยออกแบบระบบ, เขียนโค้ด, ทดสอบ, และแก้บั๊ก เพื่อเรียนรู้ว่ามันทำงานได้ดีในส่วนไหน

โปรแกรมเมอร์ในอนาคตจะเป็นคนที่รู้วิธีสั่งงาน AI และตรวจสอบผลลัพธ์ มากกว่าคนที่เขียนโค้ดทุกบรรทัดด้วยตัวเอง (เหมือนเชฟที่ไม่ต้องทำทุกอย่างเอง แต่รู้วิธีสั่งการลูกมือและตรวจคุณภาพอาหาร! 👨‍🍳)

🚀 สรุป

Generative AI ไม่ได้มาแทนที่โปรแกรมเมอร์ แต่มาเปลี่ยนวิธีการที่เราทำงาน! ผู้ที่มองเห็นโอกาสและปรับตัวได้เร็วจะเป็นผู้ได้เปรียบในยุคใหม่นี้ 💪

โปรแกรมเมอร์ของอนาคตจะไม่ใช่แค่คนที่เขียนโค้ดเก่ง แต่เป็นคนที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเขียนโค้ดเอง เมื่อไหร่ควรให้ AI ช่วย และที่สำคัญคือ รู้วิธีผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เข้ากับความรวดเร็วและประสิทธิภาพของ AI 🧠✨

และอย่าลืม – เราเป็นโปรแกรมเมอร์ เรามีความสามารถในการปรับตัวอยู่แล้ว! จากภาษา C ไป Java ไป JavaScript ไป Python... เราอยู่กับการเปลี่ยนแปลงมาตลอด AI ก็แค่การเปลี่ยนแปลงอีกรอบหนึ่งเท่านั้น! (และเราก็รอดมาได้ทุกครั้ง ไม่ใช่เหรอ? 😉)

🎓 อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ AI แทนที่ไม่ได้? มาเรียนรู้การออกแบบระบบที่ TechUp สิ!

หากคุณกำลังมองหาวิธียกระดับทักษะให้พร้อมรับมือยุค AI แล้วล่ะก็ คอร์ส System Design ของ TechUp คือคำตอบ! 🚀

คอร์สนี้ครอบคลุมทักษะที่ AI ทำแทนไม่ได้:

  • การออกแบบระบบที่ตอบโจทย์ธุรกิจจริง ตั้งแต่ระบบเล็กถึงระดับองค์กร
  • เทคนิคการรองรับผู้ใช้หลักล้านด้วย Proxy และ Load Balancer
  • กลยุทธ์ Caching ทั้ง In-memory และ Distributed เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • การออกแบบ Microservice ที่เหมาะสมกับธุรกิจและข้อจำกัดที่มีอยู่
  • ฝึกฝนผ่านกรณีศึกษาจริง พร้อมเทคนิคที่นำไปใช้ได้ทันที!

AI อาจเขียนโค้ดได้ แต่ไม่สามารถออกแบบระบบที่ตอบโจทย์ธุรกิจจริงได้เหมือนคุณ! 💡

อย่าปล่อยให้เทคโนโลยีแซงหน้า มาเป็นโปรแกรมเมอร์ผู้ออกแบบที่ AI แทนที่ไม่ได้กันเถอะ! 🌟

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ้กที่ลิงค์นี้ได้เลย 👉 คอร์ส System Design ของ TechUp

โปรแกรมเมอร์ต้องรอด! และไม่ใช่แค่รอด แต่ต้องรุ่งด้วย! 🚀✨

ดูทั้งหมด
road-to-programmer article preview image

รวมเรื่องที่ควรรู้หากอยากเป็นโปรแกรมเมอร์หรืออยากเขียนโปรแกรมเป็น

Software development tips

Career tips

ใครอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ก็เป็นได้ ในบทความนี้ TechUp รวมทุกเรื่องที่คนอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ต้องรู้ และคุณสมบัติที่โปรแกรมเมอร์ทุกคนควรมี มาดูกันเลย

TechUp Team

26 January 2025

techup logo

TechUp เป็นสถาบันออนไลน์ที่จัด Bootcamp และคอร์สต่างๆ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นหรือพัฒนาตนเองในสายงานด้านเทคโนโลยี ภารกิจของเราคือการขยายโอกาสการเข้าถึงอาชีพเหล่านี้ ให้เปิดกว้างและเท่าเทียมมากขึ้นในสังคมไทย และเร่งการพัฒนาวงการเทคโนโลยีของประเทศไปพร้อมกัน

© Copyright 2025 TechUp Training Company Limited

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

นโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายการใช้งานคุกกี้