5 เครื่องมือ AI ที่จะช่วยเพิ่ม Productivity ให้กับ Developer แบบติดจรวด 🚀
Napat Wongcharoen
27 March 2025
Software development tips

สวัสดีชาว Dev ทุกคน 👋
ในบทความนี้มีเรื่องเจ๋งๆ ในวงการของเราที่ไม่ควรพลาดมาเล่าให้ฟัง นั้นก็คือเครื่องมือ AI ที่จะช่วยให้เราเด้ปได้ไวขึ้นแบบ 300% 🚀 เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปเริ่มดูที่ตัวแรกกันเลย! 👇🏽
1. Vercel V0 - มหัศจรรย์ AI สร้าง UI ได้เพียงดีดนิ้วแบบธานอส 🫰🏽
เราชาว Dev ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดี เวลาเราได้รับ Requirement ที่เกี่ยวกับ UI มา เราก็จะต้องมานั่ง Set Up ตัว Design System นั่งเขียน Component ทีละชิ้นตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ และยังต้องมานั่งรีวิวโค้ดกันว่า Component แต่ละตัวจะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง แล้ว Component แต่ละตัวตอบโจทย์ Requirement แล้วหรือยัง เป็นงานที่เหนื๊อยเหนื่อยเนอะ 😮💨
แต่ว่ายุคของ AI เก่งขนาดนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ที่เราเคยทำในอดีตจะหายไปบางส่วน เมื่อเรารู้จักกับ Vercel V0 🤓
Vercel V0 คือ เครื่องมือ AI ที่จะช่วยเราเปลี่ยน Design ให้เป็น React Component โค้ดที่สามารถนำไปใช้ได้เลยแบบรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องมีขั้นตอนอะไรเยอะแยะ ⚡️
ไปลองใช้กันได้ที่ 👉🏽 https://v0.dev (เค้าให้ลองใช้ฟรีด้วยนะ 🤩)
2. Cursor AI - Code Editor เพื่อนคู่ซี้ แค่กระดิกนิ้วก็รู้ใจกัน 🤗
เคยไหมหลายๆ ครั้งที่เราเด้ป เราจะติดปัญหาหลายๆ อย่าง เช่น
- ยังไม่แน่ใจวิธีการ Implement ตัว Feature หรือปัญหาที่จะต้องแก้ไข
- ลืม Syntax ว่าจะต้องเขียนยังไง
- บางครั้งก็ลืม CLI บางคำสั่งในการทำงาน
- ไม่ค่อยเข้าใจ Error Message ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- และอีก 108 ปัญหาที่ถาโถม (เนี่ยละหนอวิถีพวกเราชาว Dev 😭)
สิ่งที่เราจะทำกันก็คือวิ่งไปหาลูกพี่ Stack Overflow ให้ไว แล้วก็นั่งค้นหา และอ่านข้อมูลเพื่อมาแก้โค้ดต่อ ซึ่งใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ เลย 😮💨
ในยุคสมัยนี้ ปัญหาเหล่านี้จะถูกแก้ไขในระยะเวลาอันรวดเร็ว 💨 แบบครบจบบนหน้าต่าง Code Editor แบบไม่ต้องสลับหน้าต่างไปๆ มาๆ อ่านโพสต์หลายๆ หน้าบน Stack Overflow แบบเดิมอีกต่อไป ด้วย Cursor AI
Cursor AI คือ Code editor ที่เสริมพลัง AI เข้าไปแบบเต็มระบบ! 😎 ที่จะช่วยให้เราเด้ปได้ไว และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จาก Anysphere Inc
ราวกับเหมือนมี Senior Dev แบบช่ำชองมาเกาะเบาะหลังเราแล้วชี้นิ้วบอก และหลายๆ ครั้งก็ช่วยเราพิมพ์โค้ดอีกด้วย (แค่นั่งกระดิกเท้า งานก็เสร็จได้แบบมีคุณภาพ สบ๊ายสบาย 😚)
ไปลองใช้กันได้ที่ 👉🏽 https://www.cursor.com (เหมือนกับ Vercel V0 เค้าจะหลอกล่อให้ลองใช้ฟรีเหมือนกัน 😈🤑)
3. Claude Code - ตัวท๊อปด้านงาน Software Engineering!
ถ้าพูดถึงเรื่อง AI ที่ช่วยเราเขียนโค้ด ก็จะไม่พูดถึงค่ายนี้ไม่ได้เลย นั่นก็คือ Claude Code 🤩 จากค่าย Anthropic
เนื่องจากว่าต่างคนยกย่องว่า Model ของเค้าให้เป็นที่สุดในการทำงานด้าน Software Engineering 👷🏽♂️ นั่นก็คือ Claude Sonnet 3.5 และล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ก็มีตัว 3.7 ซึ่งเทพกว่าเดิม 🤖 และ ออกมาพร้อมๆ กับ Claude Code
Claude Code คือ AI Agentic ที่จะทำงานอยู่ใน Terminal ซึ่งจะมีความเข้าใจ Codebase ของโปรเจกต์ และทำงานร่วมกันกับเราเหมือนกันกับ Cursor AI
Claude Code เพิ่งปล่อยออกมาให้ทดสอบไม่นานเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งจะอยู่ในช่วง Beta test ที่ทาง Lab ของ Anthropic ปล่อยออกมาให้ได้ก่อนเล็กน้อย เรียกได้ว่าเป็นตัวที่น่าจับตามองอย่างมาก ณ ตอนนี้ 🔥
ถ้าใครอยากลองไปตามกันได้ที่นี่ 👉🏽 https://docs.anthropic.com/en/docs/agents-and-tools/claude-code/overview
4. GitHub Copilot - พี่ใหญ่ Coding AI Assistant จากค่าย GitHub
นอกเหนือจาก Cursor AI และ Claude Code ที่เราแนะนำไปก่อนหน้านี้ เรามาดูของจากค่ายพี่ใหญ่ GitHub กันบ้าง ⛺️
GitHub Copilot คือ AI-powered coding assistant ที่จะช่วยเราลุยกับอุปสรรคขวากหนามในการเขียนโค้ดไปกับเราบน Code Editor 🤺 เรามักใช้ช่วยในการทำ Code Review หรือแก้ไขบัคที่เกิดขึ้นในโค้ด (ส่วนตัวของผมเองใช้มันช่วย Review โค้ดบน GitHub Pull Request บ่อยมาก 😎)
จุดเด่นของ GitHub Copilot Chat คือ
- ง่ายต่อการ Integrate เข้ากับ GitHub
- มีองค์ความรู้เกี่ยวกับ Codebase บน GitHub เยอะมาก 🤓
และแน่นอนเราก็สามารถลองใช้ได้ฟรีๆ เหมือนกัน ไปลองใช้กันได้ที่ 👉🏽 https://github.com/features/copilot
5. Tabnine - ผู้ช่วยโค้ดดิ้งสุดรู้ใจ
Tabnine คือ AI Coding Assistant ที่จะช่วยเราเขียนโค้ด โดยที่มีความเข้าใจในด้าน Coding Style และบริบทของ Codebase ในโปรเจกต์เป็นอย่างดี
สิ่งที่เจ๋งของ Tabnine
- มันสามารถทำงานแบบไม่ต้องต่ออินเตอร์เน็ตได้ 🤩
- รองรับภาษาโปรแกรมมิ่งมากกว่า 30 ภาษา 😯
ไปลองใช้กันได้ที่นี่ 👉🏽 https://www.tabnine.com
แนะนำวิธีการเริ่มใช้งานเครื่องมือเบื้องต้น 💡
ในบทความนี้ผมได้แนะนำ AI Coding Tool ไปหลายตัวมากๆ ผมอยากจะแนะนำเทคนิคเล็กน้อยในการเริ่มต้นใช้ Tool เหล่านี้
- เริ่มใช้ และเรียนรู้เครื่องมือทีละอย่าง อย่าใช้อย่างพร้อมๆ กัน เพราะเครื่องมือแต่ละอย่างมีวิธีการใช้ และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และตกตะกอน เพื่อให้ใช้เครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 📈
- พยายามเริ่มใช้จาก Free Tier ก่อน ว่ามันมีประโยชน์กับเรามากน้อยขนาดไหน ก่อนที่จะลงทุน 💰
- ตรวจสอบเรื่องของ Privacy ด้วย เพราะว่าเครื่องมือบางอันจำเป็นจะต้องอ่าน หรือประมวลผลโค้ดในโปรเจกต์ของเรา 🥷🏽
สรุป
AI เป็นเทคโนโลยีที่มาแรงมากในยุคนี้ หลายๆ ครั้ง มันได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันฉลาดมากๆ เรียกได้ว่าสามารถช่วยเราทำงานหลายๆ อย่างให้เป็นเรื่องง่ายๆ ได้ในพริบตาเดียว 🤯
ณ ปัจจุบันนี้ หลายๆ บริษัทก็แข่งกันสร้าง AI Tool ขึ้นมามากมาย ที่ช่วยให้เราสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้นมากๆ 🚀 ไม่ว่าจะเป็น งานด้านการสร้าง UI, งานด้าน Coding และอื่นๆ
ถ้าเราเป็น Dev จะเห็นได้ว่าปัญหาหลายๆ อย่างในยุคก่อน เราแทบจะไม่ต้องใส่ใจแล้ว เพราะว่าเรามี AI คอยช่วยทำงานพวกนี้ให้กับเรา เช่น ลืม Syntax ว่าจะต้องเขียนยังไง หรือทำความเข้าใจและแก้ไข Error ที่เกิดจากโค้ด
เครื่องมือเหล่านี้มันจะช่วยทำให้เราทำงานได้รวดเร็วขึ้น และมีเวลามากขึ้นเยอะมากๆ ในการที่ได้โฟกัสกับการแก้ไขปัญหาจริงๆ ที่เกิดขึ้น ณ โลกยุคปัจจุบัน 🌎
Happy coding! 👩🏽💻
บทความที่น่าสนใจ
ดูทั้งหมด